ลักษณะการสั่นของไม้หน้ากีตาร์โปร่ง 3 แบบ

โดยปกติเวลาที่เราเล่นกีตาร์ เราก็จะรู้สึกว่ามันมีการสั่นที่แขนที่เราวางพาด หรือที่อกของเรา แต่การสั่นสะเทือนเล็กๆที่เรารับรู้ได้ มันสั่นแบบไหนล่ะ
หลักๆการสั่นของไม้หน้าก็คือการสร้างเสียง ที่เกิดจากการที่เราดีดสายกีตาร์
ถ้าเป็นกีตาร์โปร่งก็คือการพยายามคืนสภาพ เพราะไม้หน้ามีการถูกดึงอยู่ตลอดเวลา
เวลาที่เราดีดสาย แรงที่ส่งมาจากสาย แรงนั้นทำอะไรต่อไม้หน้า และไม้หน้าทำตัวอย่างไรเพื่อที่จะสร้างเสียงให้เกิดขึ้น
ลักษณะการสั่นของไม้หน้ามีหลักๆ 3 แบบดังนี้
Monopole (โมโนโพล)

Monopole โมโนโพล คือ การยอมให้สายกีตาร์กระทำต่อไม้หน้า ให้เกิดการ movement ในรูปแบบโดม ก็คือ เวลาเราดีดสาย ไม้หน้าจะมีการยอมรับแรงดึง และเกิดการสั่นสะเทือนแบบโดม เป็นการบวม การนูน ทั้งแผ่นของไม้หน้า แค่จุดเดียว โดยถึอว่า Bridge เป็นศูนย์กลาง
การนูนแบบโดมนี้จะเป็นการนูนที่กว้างที่สุดของกีตาร์ และจะสร้างเสียงได้กว้างที่สุด เท่าที่กีตาร์ของคุณจะทำได้
Cross dipole (ครอสไดโพล)

Cross dipole ครอบไดโพล คือ การยอมให้เกิดการสั่น แบบเป็นคลื่นด้านขวาง จากซ้ายไปขวา เป็นการสั่นที่เกิดขึ้นได้ ถ้าดูจากรูป จะเป็นคลื่นที่สั้นกว่า monopole ซึ่งการเกิดการสั่นแบบ Cross dipole จะเป็นการสั่นที่มีความยาวคลื่น ครึ่งหนึ่งของ monopole ดังนั้นเสียงจะมีลักษณะสูงกว่า
Long dipole (ลองไดโพล)

Long dipole คือ การยอมให้สายกีตาร์กระทำต่อไม้หน้าในรูปแบบคลื่นทางยาว จากหัวกีตาร์ไปท้ายกีตาร์
ทั้งหมดนี้เป็นรูปแบบการเคลื่อนตัวของคลื่นหลักๆ แต่ยังมีแบบย่อยๆอีกในรูปแบบการนำพา Carry ของคลื่น โดยคลื่นเล็กจะอยู่บนคลื่นใหญ่

เสียงที่ได้จากการสั่นแบบต่างๆ
- Monopole จะให้ Bass ที่มากที่สุด เบสดี
- Cross dipole ให้เสียงย่านแหลม ดี
- Long dipole ให้เสียงย่านแหลม และปลีกย่อยอื่นๆอีก ไว้อธิบายลึกๆ ในบทความอื่น
เทคนิคในการสร้างกีตาร์
การสร้างกีตาร์ 1 ตัว ไม่สามารถสร้างให้ไม้หน้า movement แค่แบบใดแบบหนึ่ง แต่มันจะมีการสร้างกีตาร์ที่ทำให้เกิดการ movement ทั้ง 3 แบบ ในกีตาร์ตัวเดียว แต่จะถูกแยกย่อยให้กีตาร์เกิดการสั่นแบบต่างๆ ตามน้ำหนักการเล่น อย่างเช่น
ถ้าเล่นเบาๆ ไม้หน้าจะ movement แบบนึง
ถ้าเล่นแรงขึ้น เพิ่ม Dynamics ไม้หน้าจะ movement อีกแบบนึง เพื่อให้ได้เสียงอีกย่านนึง
อันนี้คือเทคนิคการทำกีตาร์ เราจะพูดลึกๆในบทความอื่นๆ